วิธีนับสหัสวรรษ และ ปีพุทธศักราช
"สหัสวรรษ" เป็นคำใหม่ที่คนไทยคิดขึ้น ไม่เคยมีมาก่อน โดยแปลมาจากคำว่า millennia หมายถึงช่วงเวลา 1000 ปี คำนี้ใช้ กับจำนวนที่ครบ 1000 ปีที่คริสต์ศาสนากำเนิดขึ้นมาในโลก โดยอาศัยหลักการสมาสคำในภาษา สันสฤต นั่นคือ สหัส แปลว่าพัน สมาสเข้ากับคำว่า วรรษ แปลว่าปี สหัสวรรษจึงแปลว่า พันปี การนับช่วงเวลา 1000 ปีนี้ มีหลักคล้ายกับการคำนวณ รอบศตวรรษหรือร้อยปี (Century)คำที่เห็นเกร่อในภาษาอังกฤษ ก็คือ คริสต์ศตวรรษ ที่... หรือรอบร้อยปี ของศาสนาคริสต์ที่... เช่น เขียนกันว่า the 15th century (ศตวรรษที่ 16) หรือ the 5th century century B.C. (ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 6) เพราะคำว่า B.C. ย่อมาจาก Befofe Chist (ก่อนกำเนิดศาสนาคริสต์) ในทำนองเดียวกัน เราจะพบคำว่า the 1st century A.D. หมายถึง นับรอบร้อยปีแรกจากวันกำเนิดของพระเยซูคริสต์ หรือ ยุคคริสเตียน เพราะ A.D. ย่อมาจาก Anno Dornini มาจากภาษาลาติน แปลว่า ในปีของพระเจ้า หรือปีที่เป็นยุคสมัยแห่งการกำเนิดของคริสเตียน การใช้ศตวรรษในภาษาอังกฤษนั้นอิงอยู่กับรอบร้อยปีแห่งการ กำเนิดของศาสนาคริสต์ ดังนั้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 จึงมีความหมายถึงช่วง เวลา 1-100 ปีแรกของคริสต์ศาสนา ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช (the 6th century B.C.) ก็หมายถึงช่วงระยะเวลา 501-600 ปี ก่อนศาสนาคริสต์ และคริสต์ศตวรรษ ที่ 16 หมายถึงช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1501-1600 ของคริสต์ศักราช และปี ค.ศ.2000 ถ้านับเป็นศตวรรษก็จะเรียกว่า ศตวรรษที่ 20 หมายถึงช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1901-2000 จากนั้นในปี ค.ศ. 2001 จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นศตวรรษใหม่ นับเป็นศตวรรษที่ 21 คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001-2100 นั่นเอง

เนื่องจากคำว่า "สหัสวรรษ" เกิดขึ้นในช่วงที่คริสต์ศักราชใกล้ จะครบ2000 ในปีหน้า ทำให้สันนิษฐานว่า ผู้บัญญัติศัพท์มีเจตนาใช้คำนี้โดย แอบอิงกับคริสต์ศักราช หมายถึงหน่วยของช่วงเวลาที่นับเป็น 1000 ปี สหัสวรรษหน้า จึงหมายถึงการเข้าสู่ช่วงเวลาพันปีในอนาคต โดยเริ่มจากปี ค.ศ. 2001-3000 หรือเราสามารถเรียกอีกประการหนึ่งว่า โลกกำลังก้าวสู่สหัสวรรษที่ 3 ในวันที่ 1 มกราคม ปี ค.ศ. 2001 นั่นเอง แต่ยังมีศตวรรษที่ใช้กับพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่น ๆ อีกในที่นี้ จะกล่าวถึง " พุทธศตวรรษ " ว่าต่างกับ " คริสต์ศตวรรษ " อย่างไร จุดต่างของการคำนวณพุทธศตวรรษกับคริสต์ศตวรรษ อยู่ที่ การแอบอิงศักราขของแต่ละศาสนานั่นคือ พุทธศักราชนับหนึ่งตั้งแต่ปี ปรินิพพานแห่งพระพุทธเจ้า เดิมคำนวณตามหลัก จันทรคติ ขึ้นปีใหม่เมื่อ เดือน 6 แรม 1 ค่ำ แต่ภายหลัง เมื่อประเทศไทยหันมาใช้หลักคำนวณเดือน ตามสุริยคติแบบฝรั่ง พบว่า วันประสูติตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธองค์ ตกอยู่ในเดือนเมษายนของทุกปี จึงกำหนดว่า จุดเริ่มต้นของการนับพุทธศักราช ที่แท้จริงต้องนับตั้งแต่วันปรินิพพานที่อยู่ในเดือนเมษายน

ต่อมาในสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่ 1 เมษายน ตามสุริยคติ ให้ต้องตามเดือนแห่งการปรินิพพานที่แท้จริง และเป็นการนับปีพุทธศักราชที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ส่วนคริสต์ศักราช นับแต่วันสมภพของพระเยซูคริสต์ ใช้คำนวณ เดือนตามสุริยคติ ขึ้นปีใหม่วันที่ 1 มกราคม

การเปรียบเทียบหาหลักฐานหรือความจริงในการตั้งศักราชของ พุทธศาสนา ทำให้พบว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กระทำผิดอย่างใหญ่หลวง เมื่อประกาศใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามแบบฝรั่ง ทำให้คนไทยหลงผิด ว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นพุทธศักราชใหม่ ทั้งที่ความถูกต้องเที่ยงตรงนั้นต้องนับ ปีพุทธศักราขใหม่ในเดือนเมษายน เหตุนี้ คนไทยทั่วประเทศที่เกิดระหว่างเดือน มกราคม ถึง สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ จึงลงเป็นพุทธศักราชในทะเบียนบ้านหรือ เอกสารผิดโดยสิ้นเชิง แม้กระทั่งปฏิทินที่ออกมาในแต่ละปีก็พิมพ์ปีพุทธศักราช ของบางเดือนผิดไปอย่างมักง่าย และไม่มีจิตวิญญาณที่จะทำให้ความจริงปรากฎ ดังนั้น เมื่อจุดเริ่มต้นในการนับศักราชที่แตกต่างกัน การใช้ศตวรรษ ด้านพุทธศาสนาก็จะมีนัยยะที่ต่างกับคริสต์ศตวรรษในบางส่วนนั่นคือ พุทธศตวรรษ นับตั้งแต่วันพระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นต้นไป จนกระทั่งครบ 100 ปี และในปัจจุบัน สังคมไทยอยู่ในพุทธศตวรรตที่26 (พ.ศ. 2501-2560) ไม่ใช่พุทธศตวรรษที่ 25

นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำว่า "กึ่งพุทธกาล หรือ 25 ศตวรรษ" ซึ่งความ หมายแตกต่างจากคำว่า พุทธศตวรรษที่ 25 เพราะทั้ง 2 คำนี้ มีความหมายเป็นจำนวน ปี นั่นคือปีที่ 2500 ของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นกึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่งของคำทำนายว่า พระพุทธศาสนาจะมีอายุยืนยาวเพียว 5,000 ปี ขณะที่คำว่า พุทธศตวรรษที่ 25 หมายถึงช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 25401-2500 ของพุทธศาสนา และถ้าจะนำคำว่า สหัสวรรษ มาใช้สำหรับพุทธศาสนา เราอาจกล่าวได้ว่า "ปัจจุบันเป็นพุทธสหัสวรรษที่ 3 (พ.ศ. 2001-3000) ซึ่งมีเวลาอีก 458 ปีกว่าจะถึง สหัสวรรษหน้า หรือถึงสหัสวรรษที่ 4 (พ.ศ. 3001-4000)