|
โดย ชัยสิริ สมุทวณิช |
15 ธันวาคม 2547
18:52 น. |
|
 |
เด็กนักเรียนอเมริกันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือ
เรียนคณิตศาสตร์ไม่เก่งครับ
นอกจากนั้น
ระบบการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์เองก็ดูจะมีปัญหาอยู่ไม่น้อย
เมื่อไม่นานมานี้
มีรายงานข่าวมาว่า
คณะกรรมาธิการว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาเองก็วิตกมากว่า
ปัญหาเด็กนักเรียนอเมริกันโดยเฉพาะในระดับไฮสกูลตั้งแต่เกรดสี่ไปถึงเกรดหกนั้น
ถ้าเทียบกับนักเรียนต่างชาติด้วยกันแล้ว
เด็กอเมริกันนั้นถือว่าอ่อนคณิตศาสตร์กว่ามาก
เฉพาะอย่างยิ่งเทียบกับเด็กนักเรียนในภูมิภาคเอเชียแทบไม่ได้เลย
คณะกรรมาธิการการศึกษาที่มลรัฐแมสซาซูเซตส์
พบว่าในการทดสอบผลการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติแล้ว
พบว่านักเรียนจากประเทศสิงคโปร์นั้น
มักจะสอบได้คะแนนดีมากมาอย่างสม่ำเสมอโดยเฉลี่ย
ดังนั้น
ก็เลยไปดูว่าวิธีการสอนแบบสิงคโปร์เขาทำกันอย่างไร
วิธีการที่แปลกมากก็คือ
เขาให้สั่งใช้ตำราคณิตศาสตร์จากโรงเรียนในสิงคโปร์นำมาสอนกับเด็กอเมริกันครับ
คือเชื่อว่า
ตำราเรียนคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์นั้นน่าจะดีกว่าตำราเรียนของสหรัฐอเมริกา
เวลานี้ก็เลยมีโรงเรียนในอเมริกาไม่น้อยกว่า
200 แห่ง แล้วล่ะครับ
ที่หันมาใช้ตำราเรียนคณิตศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์โดยใช้กันที่มลรัฐโอคลาโฮมาไปจนถึงในเมืองใหญ่ๆ
ของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์
และเขาไปทดสอบแล้วครับ
ก็ได้ผลมาว่าเด็กๆ
ที่เรียนด้วยตำราจากสิงคโปร์นั้น
เรียนคณิตศาสตร์ได้ผลดีกว่าจริงๆ
ตามที่คาดหมายเสียด้วย
พวกเด็กอเมริกันที่ไม่ค่อยชอบเรียนคณิตศาสตร์มาแต่เดิม
พอได้ตำราใหม่กลับเริ่มชอบแล้วก็เรียนได้ดีด้วย
ดังนั้นเวลานี้เลยเป็นกระแสของความนิยมไปแล้ว
ก็เพราะโรงเรียนอเมริกันเห็นว่าหลักสูตรแบบเอเชียนั้นดูจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจกับนักเรียนมากกว่า
และถ้าไม่ปรับปรุงหลักสูตรหรือตำราเรียนของอเมริกันเสียใหม่แล้ว
เด็กๆ
อเมริกันก็จะล้าหลังตามไม่ทัน
พวกเด็กๆ
จากทวีปเอเชีย
ทั้งทางคณิตศาสตร์หรือกระทั่งในวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปครับ
ถ้าผลการเรียนทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ของนักเรียนอเมริกันสู้คนอื่นๆไม่ได้
ก็จะแย่มากๆ
ต่อตลาดแรงงานในระยะยาว
เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป
ตลาดแรงงานในอนาคตก็จะถูกช่วงชิงโดยคนต่างชาติในอนุชนรุ่นหลังๆ
ได้
ดังนั้น
เวลานี้วงการศึกษาของอเมริกาจึงตื่นตัวกันมาก
ที่จะหาทางใหม่ๆ
ในการพัฒนาความรู้ด้านนี้
และวิธีการหนึ่งก็คือการสั่งหนังสือ
และตำราเรียนมาจากสิงคโปร์
ส่วนนักวิจารณ์ก็บอกว่า
วิธีการสอนแบบอเมริกันเองก็เป็นต้นเหตุหนึ่งที่สร้างปัญหาด้วย
เพราะในรอบ 20
ปี ที่ผ่านมานั้น
แม้ว่าหลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์จะเปิดกว้างมากขึ้นในโรงเรียนอเมริกัน
และหลักสูตรทำให้ง่ายและสนุกขึ้น
แต่ก็ไม่ได้เน้นส่วนที่เป็นแก่นสารที่สำคัญๆ
ของเนื้อหาเท่าไรนัก
และบางครั้งก็ซ้ำซาก
เช่นอยู่กับการท่องสูตรคูณ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ
เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ในหลักสูตรของโรงเรียนอเมริกันนั้น
มักคลุมเนื้อหาที่กว้างขวางมากเกินไป
แต่กลับไม่ลงรากลึก
ขณะที่ในสิงคโปร์และระบบหลักสูตรคณิตศาสตร์ของระบบการเรียนการสอนและหนังสือคณิตศาสตร์ในโรงเรียนของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งก็รวมถึงไทยด้วยนั้น
มีวิธีการต่างไปจากวิธีคิดของอเมริกัน
อย่างเช่นที่สิงคโปร์นั้นหลักสูตรถูกพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์ที่ทางกระทรวงศึกษาว่าจ้างมาซึ่งจะไปสัมภาษณ์ครูผู้สอนสม่ำเสมอว่า
วิธีการเรียนการสอนแบบใดที่เด็กนักเรียนต้องการที่สุด
หนังสือเรียนขั้นพื้นฐานนั้นก็กินเนื้อหาแค่หนึ่งในสามของหัวข้อที่มีอยู่ในตำราเรียนของตำราที่ใช้ในโรงเรียนอเมริกัน
และพบว่าเนื้อหาที่สอนกลับครบถ้วนสมบูรณ์กว่ามาก
นอกจากนั้นวิธีการเรียนรู้ของนักเรียนในตำราก็ใช้ภาพประกอบทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเกิดภาพเป็นรูปธรรม
ทำให้จำได้ง่ายขึ้นด้วย
หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์จะให้เด็กนักเรียนเขียนบาร์ชาร์ต
และภาพวาดประกอบในการค้นหาคำตอบ
ซึ่งเป็นเทคนิคการเรียนรู้ที่เรียกว่า
การจำลองภาพ
ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเรียนแบบหนึ่งที่ใช้กันมาหลายปีแล้ว
และช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ง่าย
อีกทั้งยังช่วยให้คำนวณผลได้รวดเร็วด้วยการใช้สมอง
แต่นักการศึกษาอีกหลายคนก็เชื่อว่าการใช้ตำราเรียนจากประเทศสิงคโปร์นั้นอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทั้งหมด
บางรัฐมองว่าวิธีนี้ยังไม่ได้มาตรฐานด้วยซ้ำไป
เพราะมาตรฐานการเรียนคณิตศาสตร์ต่างกันไปแต่ละรัฐ
ดังนั้น
ทำให้มีช่องว่างว่าสิ่งที่มีอยู่ในตำราของสิงคโปร์อาจไม่ครอบคลุมพอสำหรับหลักสูตรของบางรัฐได้
สภาการศึกษาแห่งผู้สอนคณิตศาสตร์ในอเมริกาก็ออกมาชี้แนะว่าไม่อาจจะก๊อบปี้
วิธีการของสิงคโปร์ด้วยการสั่งตำราเรียนเข้ามาใช้ในโรงเรียนอเมริกัน
เพราะส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่สิงคโปร์มาจากวัฒนธรรมการมีวินัยทางการเรียนที่สิงคโปร์ด้วย
เพราะครอบครัวในสิงคโปร์เข้มงวดเรื่องทำการบ้านและให้นักเรียนเรียนหนักกว่าครอบครัวคนอเมริกัน
แต่กระนั้นก็ตาม
มีข้อสรุปชัดว่า
การสอนคณิตศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องรื้อระบบใหม่แน่
และบอสตันคอลเลจก็เตรียมที่จะเผยแพร่ผลการศึกษา
4 ปี
ของการศึกษาจากทั่วโลกซึ่งจะชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างการเรียนคณิตศาสตร์เปรียบเทียบกับเอเชีย
ก่อนหน้านั้นในปี
ค.ศ.1999
มีการศึกษาสากลด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
พบว่าเด็กนักเรียนเกรด
8
ของสิงคโปร์เรียนดีที่สุดในวิชาคณิตศาสตร์
แต่เด็กอเมริกันมาที่
19
นอกจากสิงคโปร์จะเป็นแบบอย่างแล้ว
ญี่ปุ่นก็เป็นมาตรฐานที่สำคัญด้านการเรียนคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาครับ
เพียงแต่ตำราสิงคโปร์เด่นกว่า
และได้เปรียบเพราะเขียนด้วยภาษาอังกฤษ
ครับ....นี่เป็นข้อมูลใหม่ที่เห็นว่าเวลานี้
แม้แต่อเมริกาก็เริ่มตื่นตัว
และพร้อมที่ยอมรับว่า
การเรียนการสอนในบางวิชาของเขามีข้อบกพร่อง
และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงครับ
|
|
|
|
|
|
|